Home    Terms    Contact Us    Van Rental    Payment
ติดต่อบางกอกแวนเซ็นเตอร์ คุณนิด มือถือ 086 069 1461

Owner Name
24 hours services

086 069 1461
094 742 2996
Line: BangkokVanCenter

bangkokvancenter@hotmail.com
nittaya.sakaew@gmail.com

นิตยา สาแก้ว 
35 รามอินทรา 14 แยก 9 
ท่าแร้ง บางเขน 
กรุงเทพฯ 10230
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี
3901200067815
จากใจผู้ใช้บริการ
สมาชิก
Username
Password
Register | Forgot password
Thai Calendar
JUNE 2026
S M Tu W Th F Sa
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30  
ชำระเงิน
สถิติการเข้าชม
Today pageview :
Now online :
Total pageview :

โฆษณากับทางเรา

เว็บลิ้งค์
Get code
View all
Why BVC is your best choice

News - " เชียงคาน : สวรรค์บนดินที่มีอยู่จริง " ขอบคุณ: ททท เขียนโดย: ปฐวี พรหมเสน
Detail

" เชียงคาน : สวรรค์บนดินที่มีอยู่จริง "

 

โดย ... ปฐวี พรหมเสน

 

         ท้องฟ้ายามเย็นฉาบทาด้วยสีส้มอมม่วง เบื้องล่างท้องฟ้าคือแม่น้ำสายใหญ่ที่เดินทางมายาวไกล สายน้ำทอดตัวนิ่งสงบ กองทัพดาวกระจายสีเหลืองส้ม ชูช่อล้อลมไสว ราวกับว่าการได้ใกล้ชิดแม่น้ำเป็นความสุขสุดแสนของชีวิต เปลวแดดสุดท้ายของวันสะท้อนลงบนผิวน้ำ มองภาพผ่านเลนส์ กดชัตเตอร์อย่างเบามือ แม้ภาพที่ออกมาจะเป็นสีขาวดำ แต่สำหรับคนถ่ายภาพและอีกหลายชีวิตที่มีความทรงจำร่วมกับสายน้ำ ย่อมมองเห็นว่ามันมีสีสัน

 

        ด้วยการเป็นเมืองเล็ก ๆ ริมแม่น้ำโขง เชียงคาน- อำเภอเล็ก ๆ อำเภอหนึ่งของจังหวัดเลย- จึงเป็นสถานที่ที่นักโปรดปรานการเดินทางมักแวะเวียนมาทักทายเสมอ อำเภอเชียงคาน (17°53′54″N, 101°39′54″E) มีพื้นที่ 867.0 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของจังหวัดเลย มีแหล่งท่องเที่ยวทั้งทางธรรมชาติและทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจหลายอย่าง ทั้งแก่งคุดคู้ วัดศรีคุณเมือง พระพุทธบาทภูควายเงิน ฯลฯ บ้านเรือนส่วนใหญ่ของที่นี่ยังคงเป็นบ้านไม้สองชั้น ผู้คนใช้ชีวิตเรียบง่าย มีจักรยานและมอเตอร์ไซค์เป็นพาหนะหลัก ส่วนรถยนต์มีบ้างประปราย และถึงแม้จะไม่มีต้นไม้มากนัก เนื่องจากความนิยมในการสร้างบ้านติดกันเป็นเรือนแถวยาว แต่ชาวบ้านก็ชดเชยด้วยการปลูกไม้ดอกไม้ประดับหน้าบ้าน นั่นทำให้ไม่ว่าจะผ่านไปบ้านไหน เรามักเห็นดอกไม้สีขาว แดง เหลือง ส้ม ชมพู ... ชูดอกใบเด่นเป็นเครื่องประดับหน้าบ้านเสมอ เชียงคานเป็นเมืองชายแดนที่สามารถข้ามไปยังอีกฝั่งโขงได้ เพียงการเสียค่าผ่านด่าน ๘๐ บาท สมัยก่อนลาวจะปิดประเทศ คนเมืองเลยและคนเมืองลาว ติดต่อไปมาหาสู่กันผ่านเส้นทางนี้เสมอ ด้วยเหตุนี้วัฒนธรรมหลาย ๆ อย่างของผู้คนสองฟากฝั่ง จึงมีความคล้ายคลึงกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ประเพณีหนึ่งในนั้นคือการตักบาตรข้าวเหนียว ทุก ๆ เช้า พระสงฆ์จะอุ้มบาตร เดินเท้าเปล่าออกมาบิณฑบาต ในขณะที่ชาวบ้านทั้งสองฝั่งถนนก็จะเตรียมนึ่งข้าวเหนียวร้อน ๆ ไว้รอแต่เช้ามืด “พระที่มาบิณฑบาตมาจากหลายวัดลูก ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวก็มาอีก” คุณยายศรีพรรณ เจ้าของศรีพรรณโฮมสเตย์บอกกับเราในเช้าแรกที่เดินทางมาถึง หลังจากที่เรามีสีหน้ากังวลว่าข้าวเหนียวอุ่น ๆ ยังเหลืออยู่อีกหลายปั้น คุณยายบอกต่ออีกว่า อาหารที่ใช้ใส่บาตรที่นี่จะมีเฉพาะข้าวเหนียว ส่วนกับข้าวชาวบ้านจะนำไปถวายที่วัดเป็นการเฉพาะในตอนหลังก่อนฉันเพล ภาพชาวบ้านยืนเรียงแถวรอใส่บาตร กับภาพพระสงฆ์เดินอุ้มบาตรเป็นแถวยาว เป็นภาพงดงามน่าประทับใจ ที่หาดูไม่ได้ง่าย ๆ ตามเมืองใหญ่ หรือในกรุงเทพมหานครฯอีกแล้ว

       เช้า ๆ เราเดินออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ริมโขง ถึงแม้จะเป็นช่วงฤดูหนาวแต่เชียงคานยังคงมีฝนมาเยี่ยมเยียนบ้างประปราย ระดับน้ำจึงยังสูงไม่แพ้ฤดูฝน ละอองฝนปรอยๆทำให้ต้นหญ้าชุ่มฉ่ำ ขณะเดียวกันแสงแดดอ่อนยามเช้าก็ทำให้หยาดน้ำค้างบนยอดหญ้าเป็นประกายราวเพชรเม็ดงาม “ต้องมาช่วงต้นปี จะหนาวแล้วก็สวยกว่านี้” หลายคนที่นี่พูดเป็นเสียงเดียวกัน ในฤดูหนาว อุณหภูมิจะลดลงต่ำ อากาศจึงมักหนาวจัด ดังนั้นจึงไม่แปลกเมื่อสินค้าขึ้นชื่ออย่างหนึ่งของเชียงคานคือผ้าห่มผ้าฝ้ายแท้ ผ้าห่มฝ้ายนี้สร้างสรรค์ขึ้นโดยภูมิปัญญาของคนเชียงคานโดยเฉพาะ เรียนรู้กันจากรุ่นสู่รุ่น จากเดิมทำใช้กันเฉพาะในครอบครัว จนกระทั่งกลายมาเป็นสินค้าที่นำรายได้และชื่อเสียงมาสู่เชียงคานในภายหลัง “แต่ละผืนทำคนเดียวไม่ได้ ต้องช่วยกันทำหลาย ๆ คน” หญิงเจ้าของร้าน “นิยมไทย” ร้านขายผ้านวมชื่อดังของเชียงคานบอกหลังชักชวนเราเข้าไปภายในร้าน แม้ข้าวของในร้านจะเต็มไปด้วยฝ้าย ม้วนด้าย ผืมผ้านวม ทั้งที่ใส่ปลอกแล้วและยังไม่ได้ใส่ ฯลฯ จนแทบไม่มีทางให้เดิน แต่มิใช่เพราะการคลุกคลีอยู่กับสิ่งเหล่านี้มายาวนานหรอกหรือ ที่ทำให้เธอเชี่ยวชาญจนเป็นมืออาชีพในที่สุด “ที่นี่หน้าหนาวก็หนาวมากอย่างนี้ ห่มผ้าฝ้ายนี่แล้วอุ่นเลย เพราะเป็นฝ้ายแท้” เธอบอก พร้อมกับเล่าว่า ที่ร้านมีไร่ฝ้ายเป็นของตัวเองอยู่อีกที่หนึ่ง วันหนึ่ง ๆ ก็จะไปเก็บฝ้ายมาสังเคราะห์เป็นผ้า ทุกขั้นตอนผ่านการทำอย่างพิถีพิถันด้วยแรงคน แรงมือ ไม่มีเครื่องจักรเข้าช่วย “ลูกหลานไม่อยู่ ช่วยกันทำเองนี่แหละ” เช่นเดียวกับร้าน “นิยมไทย” และปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในหลายถิ่นที่, หลายครัวเรือนที่นี่ประสบปัญหาลูกหลานจากบ้านไปทำงานในตัวจังหวัดและเมืองหลวง ไม่เพียงแต่ลูกหลานเท่านั้น ผู้ใหญ่หลายๆบ้านเองก็นิยมเข้าไปทำงานในเมือง ทำให้ในเวลากลางวันเราจะเห็นบ้านเรือนส่วนใหญ่ปิดประตูเงียบเชียบราวกับไม่มีผู้อยู่อาศัย “กลางวันก็ปิดบ้านไว้อย่างนี้ เย็น ๆ เค้าถึงจะกลับมากัน” คุณยายศรีพรรณบอกยิ้มๆ คุณยายเองก็เป็นคนหนึ่งที่ลูกหลานย้ายไปทำงานที่อื่นกันหมด “คนนึงอยู่กรุงเทพฯ อีกคนอยู่พิษณุโลก ส่วนไอ้น้อยนี่เพิ่งกลับมาอยู่ด้วยไม่กี่ปีนี้” คุณยายหมายถึงลูกสาวคนเล็กที่ย้ายกลับมาช่วยคุณยายดูแลโฮมสเตย์ เป็นแม่ครัวทำอาหารและดูแลจัดการทุกอย่างแทนยาย คุณยายศรีพรรณเริ่มตั้งโฮมสเตย์เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๘ ในเวลานั้นเชียงคานยังคงเป็นเมืองเล็กๆ ที่ไม่มีใครรู้จัก คุณยายที่อยู่คนเดียวเพียงลำพัง รู้สึกว้าเหว่จากการที่ลูกหลานไปทำงานที่อื่นกันหมด จึงคิดดัดแปลงที่พักให้กลายเป็นโฮมสเตย์ รองรับคนเดินทาง จนเริ่มมีนักท่องเที่ยวรู้จักเมืองเล็กๆแห่งนี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ “คุณยายท่านทำโฮมสเตย์เป็นที่แรกเลยนะ ท่านหัวสมัยใหม่ ที่นี่ใคร ๆ ก็รู้จักคุณยาย” หญิงวัยกลางคนนางหนึ่งที่แวะมาปล่อยปลาในแม่น้ำโขงบอกกับเรา เมื่อมองไปรอบๆ จึงเห็นว่า ณ ขณะนี้ หลายบ้านที่นี่ถูกแปรสภาพกลายเป็นที่พักนักเดินทางไปเรียบร้อยแล้ว มีตั้งแต่ระดับโรงแรม เกสท์เฮ้าส์ กระทั่งโฮมสเตย์ เวลาเพียงไม่กี่ปีได้เปลี่ยนโฉมหน้าเมืองเชียงคานจากเมืองเล็ก ๆ ริมโขงที่ไม่มีใครรู้จัก ให้กลายมาเป็นเมืองท่องเที่ยวแบบสงบงาม ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักเดินทางทั้งหลาย - ไม่เว้นแม้แต่ชาวต่างชาติแบ็กแพ็คเกอร์บางกลุ่ม - ที่นิยมท่องเที่ยวเพื่อสัมผัสความเป็นท้องถิ่นขนานแท้ นั่นเป็นเพราะว่าแม้นักท่องเที่ยวจะเดินทางมาที่นี่เพิ่มมากขึ้นเพียงใด วันนี้ ความเป็น “เชียงคาน” ที่แท้ก็ยังคงอยู่ แตกต่างจากอีกหลายเมืองที่การเป็น “เมืองท่องเที่ยว” ได้ทำลายความเป็นของแท้ดั้งเดิมของเมืองนั้นไปจนหมดสิ้น

       

        “ลำไยมั้ยจ๊ะ ลำไยหวานๆ” แม่ค้าสาวผมยาวส่งเสียงเชิญชวน เราส่ายหน้ายิ้มๆ แต่เมื่อได้ยินราคาก็ต้องคิดใหม่ด้วยการวิ่งกลับไปซื้อ “พี่มีสวนเองอยู่ทางซอยหนึ่งโน่น นี่ลิ้นจี่ก็เพิ่งขายหมดไป ช่วงนี้เป็นลำไย ที่เอามาขายวันนี้นี่แค่จากต้นเดียวเอง” เรื่องอาหารการกิน โดยเฉพาะผลไม้นั้นไม่ต้องห่วง อำเภอเล็กๆ แห่งนี้มีสวนผลไม้หลายสวน ทั้งลำไย ลิ้นจี่ มะพร้าว ชาวบ้านมีที่ดินเป็นของตัวเอง เมื่อถึงฤดูใดผลไม้ชนิดใดออกก็นำมาขายกันในอำเภอในราคาถูก แม่ค้าสาวเข็นรถผ่านไปแล้ว เราหอบลำไยราคาสิบบาทกลับมานั่งกินที่ร้านโปสการ์ดทำมือในตัวเมืองเชียงคาน ชายหนุ่มเจ้าของร้านมองเรายิ้มๆ พร้อมกับบอกว่า “ที่นี่ดีอย่าง ผลไม้ถูก” เขาเป็นชายหนุ่มอายุไม่น่าเกิน ๓๐ ดูจากรูปร่างหน้าตา การแต่งกาย อีกทั้งวิธีการพูดการจาของเขา ทำให้เราเชื่อว่าเขาคงไม่ใช่คนท้องถิ่น หลังจากนั่งอยู่ในร้านเป็นเวลานานและเสวนากันพอสมควร จึงทราบว่าเขาเป็นหนุ่มเชียงใหม่ที่ไม่ได้เบื่อเมืองเหนือที่ใคร ๆ ใฝ่ฝัน หากแต่หลงรักเชียงคานจากการเดินทางมาท่องเที่ยวครั้งแรกจนยากจะถอนตัว หลังจากอพยพหัวใจมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน จึงพาร่างกายอพยพตามมาด้วย กระทั่งปัจจุบันเปิดร้านขายโปสการ์ดชื่อร้าน “รักเลย” ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่กับสุนัขคู่ชีพอย่างถาวรและสมบูรณ์พูนสุข “อยู่มาได้ปีกว่าละ” เขาบอกยิ้มๆ แม้จะเป็นเวลาไม่นาน แต่เรารู้ว่าสำหรับบางเรื่อง เวลาก็ไม่ใช่สิ่งสำคัญ เช่นเดียวกับชายหนุ่ม, ยังมีผู้คนอีกหลายชีวิตที่ติดใจความน่ารักของเมืองนี้ ทั้งเจ้าของร้าน “ไอเดียดีดี” หนุ่มสาวชาวบางกอก ผู้หลงเสน่ห์เชียงคาน ถึงขนาดลงทุนเดินทางไป-กลับกรุงเทพฯ-เลยทุกสัปดาห์ จันทร์ถึงศุกร์ทำงานประจำที่เมืองหลวง เสาร์อาทิตย์เปิดร้านขายของที่ระลึกที่เชียงคาน คงเหมือนกับที่ วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ เคยพูดไว้ว่า โลกนี้มีอาชีพอยู่สองอย่าง คืออาชีพเพื่อสร้างรายได้และอาชีพเพื่อสร้างความสุข มีหลายคนยอมทิ้งรายได้เพื่อแสวงหาความสุข เช่นเดียวกับอีกหลายชีวิตที่ยอมทิ้งความสุขเพื่อปากท้อง ในกรณีของหนุ่มสาวคู่นี้ ต้องถือว่าทั้งคู่โชคดีที่ได้ทำทั้งสองอย่างควบคู่กัน

 

       หากมองอย่างผิวเผินแล้ว เชียงคานก็เป็นเช่นเมืองท่องเที่ยวอีกหลายเมือง ประกอบไปด้วยรูปแบบชีวิตที่หลากหลาย หลายคนเดินทางเข้ามา หลายคนเดินทางจากไป ในขณะที่อีกหลายชีวิตก็ผูกพันกับบ้านไม้สองชั้นและลำน้ำโขงมาเนิ่นนานเกินกว่าจะเดินจากไปไหน แต่หากได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัสและทำความรู้จักกับเมืองแห่งนี้จริง ๆ แล้วจะเห็นว่า แม้จะเริ่มเป็นที่รู้จักในฐานะ “เมืองท่องเที่ยว” แต่เชียงคานก็ยังคงมั่นคงในการเป็นเมืองเล็กที่ดูสงบเสงี่ยมเจียมตัว มีความงามที่ไม่หวือหวาฟู่ฟ่า ผู้ที่ต้องการหลีกหนีจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ รถรา มลพิษ สารเคมี แม้กระทั่งผู้คน ที่ทำให้เหนื่อยหน่าย เคร่งเครียด ย่อมได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากเชียงคาน และแม้ไม่โด่งดังโดดเด่นเช่นเมืองใด รวมทั้งการดำเนินชีวิตก็ไม่ได้สะดวกสบายเช่นในเมืองใหญ่ แต่ปริมาณความสุขที่จะได้รับจากการไปสัมผัส เชื่อว่ามีไม่น้อยหน้าเมืองใดๆ อย่างแน่นอน 6. ท้องฟ้ายามเย็นฉาบทาด้วยสีส้มอมม่วง เบื้องล่างท้องฟ้าคือแม่น้ำสายใหญ่ที่เดินทางมายาวไกล กองทัพดาวกระจายสีเหลืองส้มชูช่อล้อลมไสวอยู่ริมลำน้ำ สายน้ำสีขุ่นข้นยังคงไหลเอื่อยไม่เร่งร้อน ต่างจากท้องฟ้าที่เปลี่ยนรูปร่างเปลี่ยนสีไปทุกเวลานาที กดชัตเตอร์อย่างเบามือ มองภาพตรงหน้าเป็นครั้งสุดท้าย เราบอกลาเชียงคานอยู่ในใจด้วยภาพที่งดงามที่สุดเช่นนี้


 
 
   
   
   
   
   
   
   
   
 
 
 


Date: 03/03/2010 @ 12:29:13
CopyRight © 2007 www.bangkokvancenter.com
บริการรถตู้เช่า,เช่ารถตู้,รถตู้,เช่ารถ,van rent,van,ท่องเที่ยว,เดินทาง
35 Ram-Intra 14 Rd., Yeak 9, Tharang, Bangkhen, BKK 10230 | 
Mobile: 086 069 1461
LINE: bangkokVanCenter
Email : bangkokvancenter@hotmail.com | nittaya.sakaew@gmail.com