Home    Terms    Contact Us    Van Rental    Payment
ติดต่อบางกอกแวนเซ็นเตอร์ คุณนิด มือถือ 086 069 1461

Owner Name
24 hours services

086 069 1461
094 742 2996
Line: BangkokVanCenter

bangkokvancenter@hotmail.com
nittaya.sakaew@gmail.com

นิตยา สาแก้ว 
35 รามอินทรา 14 แยก 9 
ท่าแร้ง บางเขน 
กรุงเทพฯ 10230
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี
3901200067815
จากใจผู้ใช้บริการ
สมาชิก
Username
Password
Register | Forgot password
Thai Calendar
JUNE 2026
S M Tu W Th F Sa
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30  
ชำระเงิน
สถิติการเข้าชม
Today pageview :
Now online :
Total pageview :

โฆษณากับทางเรา

เว็บลิ้งค์
Get code
View all
Why BVC is your best choice

News - ‘วาจาบำบัด’ – รักษาโรคด้วยคำสอน
Detail



วาจาบำบัด’ – รักษาโรคด้วยคำสอน  


ผมกำลังถ่ายทอดคำบรรยายของอาจารย์หลิวโหย่วเชิง บรรยายที่มหาวิทยาลัยเหลียวหนิง เรื่อง
วาจาบำบัด รักษาโรคด้วยการสอนสั่งด้วยวาจา ตัวอาจารย์หลิวเป็นคนเหลียวหนิง เป็นลูกชาวนา เลี้ยงควายในท้องทุ่งจนอายุได้ 13 ปี จึงมีโอกาสเรียนหนังสือบ้าง ตัวเขาเองเป็นเด็กนิสัยไม่ดี เกกมะเหรกเกเร ทำไม่ดีต่อพ่อแม่ ทะเลาะบาะแว้งกับพี่น้อง สุขภาพก็ไม่ดี เจ็บป่วยบ่อยๆ เมื่อถึงอายุ 25 ปี ป่วยเป็นโรคเรื้อรังหลายอย่างจนเกือบตาย จึงได้ไปหาอาจารย์ท่านหนึ่ง ซึ่งเมื่อเห็นสภาพของหลิวโหย่วเชิงแล้ว พูดกับเขาเพียงประโยคเดียวว่า “ Hao hao zuo” แปลว่า พึงทำตัวให้เป็นคนดี  เขาจึงหันมาพิจารณาตัวเองแล้วเริ่มรู้สึกตัวว่า ตนเองประพฤติตนไม่ดี  เพียงเท่านั้นเองเขาก็เริ่มเกิดอาการอาเจียน อาเจียนอย่างรุนแรง หลังจากนั้นต่อมา โรคต่างๆ ที่รุมเร้าก็หายไป


 
เขารู้สึกสนใจในกระบวนการหายจากโรคของตนเอง จึงหาหนังสือสือของปรมาจารย์หวางฟ่งอวี๋ที่แนะนำผู้คนรักษาโรคโดยปรับตัวให้สอดคล้องกับธาตุทั้งห้า จากนั้นจึงนำเอาวิธีนี้ไปรักษาผู้อื่นบ้าง นับตั้งแต่อายุ 25 จน บัดนี้อายุ 70 ปีแล้ว ประสบการณ์ 45 ปีของท่านคือรากฐานของวิชา วาจาบำบัดนั่นเอง

 
มีผู้ฟังถามว่า อาจารย์หลิวได้ความรู้เหล่านี้มาจากไหน ท่านตอบว่า แท้จริงแล้วท่านเป็นเพียงลูกชาวนาคนหนึ่ง อ่านหนังสือมาเพียงไม่กี่เล่ม แต่ที่สั่งสอนคนอยู่ทุกวันนี้ มาจากประสบการณ์ชีวิต ท่านถือว่าชีวิตก็คือความฝันครั้งหนึ่ง หรือเสมือนงิ้วฉากหนึ่ง เป็นงิ้วของครอบครัว เป็นงิ้วที่แสดงยาวนานหน่อย ตัวละครก็คือ ตัวคุณเองนั่นแหละ

 
ในเมื่อมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในชาติหนึ่ง ก็ถือว่ามีวาสนาได้มาอยู่ด้วยกัน เราควรดำเนินชีวิตให้เป็นไปตามครรลองของวาสนา ให้มันดำเนินไปจนจบฉาก นักแสดงงิ้วบนเวที ไม่ควรมัวแต่โทษกัน ผมโทษคุณ คุณโทษผม สุดท้ายงิ้วก็ไม่ได้แสดง บางคนโทษกันไปโทษกันมา จนถึงตอนตายก็ยังไม่รู้ว่าตนเองตายไปเพราะอะไร  

อาจารย์หลิววิพากษ์ชีวิตผู้คนไว้อย่างแสบสัน   โรคปอดเกิดจากความอิจฉาริษยา เวลาคนเรามีใจอิจฉาริษยาจะทำร้ายปอด ทำให้เกิดอาการหอบหืด ไอ อาเจียนเป็นเลือด เกิดโรคปอด ภาวะปอดพร่องพลัง ปอดอักเสบ และ ปอดเลื่อมสภาพ 
 


ถ้าลูกไม่กตัญญูต่อพ่อแม่ พลังนั้นจะทำลายปอด  ถ้าเป็นผู้น้อยแต่โกรธผู้ใหญ่ จะทำให้ปอดเสีย
 


เวลาที่ผมเดินไปตามโรงพยาบาลต่างๆ เห็นผู้ป่วยจำนวนมากรอรับการตรวจจากแพทย์หลายคน ป่วยด้วยโรคปอด พวกเขาหารู้ไม่เลยว่า โรคปอดของตนมาจากไหน นับว่าน่าสงสารมาก ที่แท้โรคปอดเกิดขึ้นมาได้จากพลังอิจฉาริษยา เกิดจากผลกรรมของความอกตัญญูและเกิดจากการที่ตนเป็นผู้น้อย แต่ไปหาญกล้าโกรธผู้ใหญ่นั่นเอง
 


ทีนีความอ่อนน้อมถ่อมตนบ้าง ถ้าเรามีคุณธรรมข้อนี้จะทำให้ไม่เป็นโรคหัวใจ ตรงกันข้ามคนที่ไม่ถ่อมตน เป็นคนเย่อหยิ่ง พลังด้านลบ ในเรื่องนี้จะทำลายหัวใจ ทำให้เป็นโรคหัวใจเรื้อรัง



 
ปัญหาคือว่า เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น? เหตุผล เป็นเพราะว่า คนเราเกิดมาร่วมสังคม ย่อมหมายถึงความเป็นเครือญาติ เป็นพี่เป็นน้องกัน มีรากเหง้าอันเดียวกัน ใครก็ตามไม่อ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้อื่น ก็จะเป็นเหตุให้เสียความสามัคคี กระทั่งทะเลาะเบาะแว้งกัน เปรียบเสมือนทะเลาะกับพี่น้องร่วมสายโลหิต ย่อมก่อให้เกิดความเสียใจ จิตใจไม่ดี ไม่เป็นมงคลแก่ชีวิต ถ้าเกิดโรคก็จะเกิดโรคที่หัวใจ เพราะหัวใจในการแพทย์แผนจีนเป็นที่ตั้งของจิตใจนั่นเอง 

การถ่อมตัวเป็นคุณธรรมสำคัญประการหนึ่ง ถ้าคนทั้งประเทศต่างอ่อนน้อมถ่อมตัวให้แก่กันและกันเป็นพี่น้องกัน ความสามัคคีก็จะมีขึ้น ประเทศชาติก็ก้าวหน้า
 


ทีนี้ข้อเตือนใจสำหรับคนที่เป็นผู้ใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุอย่ามัวเป็นห่วงเป็นใยลูกหลานมากเกินไป เพราะว่าความห่วงจะทำลายชี่ ผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยปกติก็ดูแข็งแรงไม่มีโรค แต่พอมีอะไรในบ้านขึ้นมาสักหน่อย ความเป็นห่วงเป็นใยลูกหลานในบ้าน จะพลอยเป็นเหตุปิดกั้นการหมุนเวียนขึ้นสู่ด้านบนของชี่ ทำให้หายใจไม่ออก อั้นเลือด อั้นลมหายใจไม่อิ่ม ภาวะนี้เกิดขึ้นเพราะว่าผู้สูงอายุมัวแต่ห่วงลูกห่วงหลานนั้นเอง
 


จะขอยกตัวอย่างคุณแม่ของผมเอง เดิมทีแม่แข็งแรงมากอาจารย์หลิวโหย่วเชิงกล่าว ผมมีพี่ชายอยู่คนหนึ่ง อายุ 39 ปี ก็เสียชีวิตแล้ว ตัวผมเองขณะนั้นอายุ 37 ปี เท่านั้น พอพี่ชายตายไปสักครึ่งค่อนปี แม่ก็มีอาการหายใจสั้น  ชี่ไม่สามารถเข้าสู่ปอดได้ มีอาการซึมเศร้า ผมจึงบอกแม่ว่า แม่อย่าเสียใจมากจนเกินไปจะดีกว่า ให้คิดเสียว่า ถ้าเป็นลูกของเราก็ไม่ตาย ก็เป็นสมบัติของเราก็ไม่สูญหาย
 


เวลานั้นแม่คิดไม่ตก ผมก็ต้องไปคุยบ่อยๆ สุดท้ายแม่เข้าใจ ปล่อยวางได้ ก็เลยหาย เราพึงรู้อย่างหนึ่งว่า อะไรก็ตามที่เราคิดคำนึงถึงบ่อยๆ ก็ปล่อยวางไม่ได้ แต่ถ้าไม่ไปคิดถึงมัน นานเข้าก็ปล่อยวางได้
 


เปรียบเสมือนกาต้มน้ำ ถ้าเสียงดังแปลว่า ยังไม่เดือด ถ้านิ่งแปลว่าเดือดแล้ว คนก็เหมือนกันถ้ารู้จักที่จะนิ่ง มาก็รับไปก็ปล่อย เราจะไม่ป่วยเป็นโรคอะไร
 


โรคไตเกิดจากความรำคาญ
มีอาการปวดเอว ปวดขา ไตอักเสบ พร่องไต ไตอ่อนแอ กระดูกเอวทับเส้น หมอนรองกระดูกยื่นทับรากประสาท โรคสตรี เหตุผลเพราะว่า เมื่อคนเราโกรธจะทำให้ไอโรคเข้าตัวทันที เมื่อเป็นเช่น นี้การรักษาด้วยวาจาบำบัด หมอผู้รักษาจะต้องให้ผู้ป่วยพูดออกมา เมื่อพูดไปโรคก็จะออกไป แท้ที่จริงแล้วโรคต่างๆ ล้วนเกิดจาก อารมณ์ทั้งนั้น อารมณ์ไปกระทบธาตุทั้งห้าของร่างกายแล้วเกิดโรค 


เรื่องเกี่ยวกับธาตุทั้งห้า ดิน น้ำ ไฟ ทอง ไม้
 


การแพทย์จีนรักษาโรคด้วยการพิจารณาธาตุทั้งห้า ธาตุทั้งห้าถูกกระทบด้วยอารณ์ ดังนั้น เมื่อจะรักษาโรคก็ต้องเปิดใจผุ้ป่วยซะก่อน ถ้าเราไม่เปิดใจของเขา การรักษา จะไม่ได้ผลหรือได้ผลช้า ดังนั้น แพทย์จีนที่ดีให้เปิดใจ ให้เขาได้พูดออกมา เป็นการปลดปล่อยไอโรค จากนั้นค่อยสั่งยาให้ ยาจึงจะส่งพลังเข้าไปถึง เกิดผลในการรักษา
 


เราอาจพิจารณาด้วยสายตาก็พอจะบอกได้ว่าผู้ป่วยเป็นธาตุอะไร คือดูรูป ดูสี ฟังเสียง เป็นต้น เช่น ถ้าคนพูดโดยเน้นริมฝีปากจะเป็นธาตุทอง คนที่เน้นฟันจะเป็นธาตุไม้ คนที่เน้นลิ้นจะเป็นธาตุไฟ คนที่เน้นคอจะเป็นธาตุน้ำ
 

คนเราเกิดมาใต้หล้า แท้ที่จริงก็เป็นอณูหนึ่งของฟ้ากับดิน เกิดมาทั้งทีจะสร้างแสงสว่างให้กับตัวเองและคนรอบข้างได้หรือเปล่า บางคนเกิดมาสว่าง สร้างคุณงามความดี บางคนเกิดมามืด ไม่สร้างคุณความดี ก็เหมือนเกิดมาอย่างเปล่า
 


ทำอย่าไรจึงจะเกิดมาสว่าง ไม่เสียชาติเกิด
? ก็ต้องพิจารณาเริ่มต้นจากพ่อแม่อีกนั่นแหละ เลือดของพ่อแม่ก่อเกิดนิสัยของเรา จากนั้น ก็คือการเลิ้ยงดู คุณอยู่กับใครก็เรียนแบบคนคนนั้น โตขึ้นก็เป็นปัจจัยจากคนรอบข้าง ถ้าอยู่กับคนดี ก็ได้รับความดีเผื่อแผ่ต่อกัน 

ครั้นถึงการเรียนหนังสือ หนังสือสมัยนี้ท่องแต่คำว่า
พ่ายแพ้เพราะว่าเรียนไปเรียนมา สนใจแต่เรื่องชื่อเสียงและผลประโยชน์ 


แท้ที่จริง เราต้องเข้าโรงเรียนแห่งชีวิต ทุกๆ คนควรส่องหน้าดูตัวเอง ดูว่าตัวเรามีอะไรไม่ดีบ้าง พร้อมๆ กับหาความดีของคนอื่น ถ้าทำอย่างนี้ได้ก็จะรักษาโรคในตัวของตัวเองได้ การรักษาโรคไม่มีวิธีที่สอง มีแต่หนทางนี้ หนทางเดียว คือสำรวจตัวเอง แล้วใช้
วาจาบำบัดมารักษาโรค   


 
ขอบคุณข้อจาก มติชน สุดสัปดาห์ ฉบับที่ 1542 คอลัมน์ ธรรมชาติบำบัด โดย น.พ. บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล  


Date: 15/03/2010 @ 20:08:51
CopyRight © 2007 www.bangkokvancenter.com
บริการรถตู้เช่า,เช่ารถตู้,รถตู้,เช่ารถ,van rent,van,ท่องเที่ยว,เดินทาง
35 Ram-Intra 14 Rd., Yeak 9, Tharang, Bangkhen, BKK 10230 | 
Mobile: 086 069 1461
LINE: bangkokVanCenter
Email : bangkokvancenter@hotmail.com | nittaya.sakaew@gmail.com